คนไทยไปอินเดียต้องขอวีซ่าไหม
ต้องขอ แต่สะดวกกว่าที่หลายคนคิด หนังสือเดินทางไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ยื่น e-Visa ออนไลน์ได้ ผ่านเว็บทางการของรัฐบาลอินเดีย (indianvisaonline.gov.in) โดยไม่ต้องเดินทางไปสถานทูตและไม่ต้องส่งเล่มหนังสือเดินทาง อัปโหลดสแกนหน้าหนังสือเดินทางและรูปถ่าย รอผลทางอีเมลภายในไม่กี่วันทำการ
อินเดียยังเป็นจุดหมายที่มีความหมายพิเศษสำหรับคนไทยจำนวนมาก เพราะเป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถาน 3 ใน 4 แห่ง — พุทธคยา (ตรัสรู้) สารนาถ (ปฐมเทศนา) และกุสินารา (ปรินิพพาน) — เส้นทางแสวงบุญที่ชาวพุทธไทยจำนวนมากตั้งใจไปให้ได้สักครั้งในชีวิต ส่วนลุมพินี (ประสูติ) อยู่ฝั่งเนปาล ซึ่งเป็นจุดที่ต้องวางแผนวีซ่าให้รอบคอบเป็นพิเศษ ตามที่อธิบายด้านล่าง
คู่มือนี้อธิบาย e-Visa ตั้งแต่การเลือกระยะเวลา เอกสารที่ต้องเตรียม ไปจนถึงเส้นทางแสวงบุญและกับดักเรื่องด่านพรมแดนทางบกที่คณะแสวงบุญไทยพลาดบ่อยที่สุด
- 30 วัน เข้าได้ 2 ครั้ง — สำหรับทริปสั้น: ตัวเลือกมาตรฐานสำหรับทริปเดียวจบ เช่น สามเหลี่ยมทองคำ หรือเส้นทางแสวงบุญสังเวชนียสถานที่ไม่ข้ามไปเนปาล ค่าธรรมเนียมต่ำสุดในบรรดา 3 แบบ
- 1 ปี เข้าออกหลายครั้ง — สำหรับผู้ไปซ้ำในปีเดียว: เหมาะกับผู้ที่วางแผนไปมากกว่าหนึ่งครั้งในรอบปีเดียวกัน เช่น แสวงบุญช่วงหนึ่งแล้วไปธุรกิจอีกช่วง ไม่ต้องยื่นใหม่ทุกครั้ง
- 5 ปี เข้าออกหลายครั้ง — สำหรับผู้ไปอินเดียเป็นประจำ: เหมาะกับผู้ที่ไปอินเดียบ่อยในระยะยาว เช่น พระสงฆ์หรือฆราวาสที่เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาซ้ำหลายรอบ หรือผู้ติดต่อธุรกิจประจำ ตัดขั้นตอนยื่นใหม่ทุกทริปตลอด 5 ปี
เส้นทางแสวงบุญสังเวชนียสถาน และกับดักวีซ่าที่พบบ่อยที่สุด
พุทธคยา สารนาถ และกุสินาราอยู่ในอินเดียทั้งสามแห่ง เข้าถึงได้ด้วย e-Tourist Visa ตามปกติ ไม่ต้องขอวีซ่าพิเศษ คณะแสวงบุญจากไทยส่วนใหญ่บินลงพุทธคยาโดยตรงหรือลงโกลกาตาแล้วต่อรถ วัดไทยพุทธคยาเป็นหมุดหมายของผู้แสวงบุญไทยมาหลายสิบปี ฤดูที่เหมาะที่สุดคือพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นและแห้ง แม้กลางคืนที่พุทธคยาอาจต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย
ส่วนลุมพินี (สถานที่ประสูติ) อยู่ฝั่งเนปาล ไม่ใช่อินเดีย นี่คือจุดที่คณะแสวงบุญไทยพลาดบ่อยที่สุด e-Visa อินเดียใช้เข้าประเทศได้เฉพาะทางสนามบินและท่าเรือที่กำหนดเท่านั้น ใช้ข้ามด่านพรมแดนทางบกไม่ได้ หากแผนการเดินทางข้ามไปลุมพินีแล้วต้องการกลับเข้าอินเดียทางบก ต้องขอวีซ่าแบบปกติชนิดเข้าออกหลายครั้งจากสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องวีซ่าอินเดียในกรุงเทพฯ ตั้งแต่แรก ไม่ใช่ e-Visa ตรวจสอบเส้นทางที่แน่นอนกับผู้จัดคณะก่อนยื่นวีซ่าเสมอ เพื่อเลือกประเภทที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น
ก่อนเปิดแบบฟอร์ม e-Visa
ยื่นที่เว็บทางการเท่านั้น indianvisaonline.gov.in คือช่องทางเดียวของรัฐบาลอินเดีย เว็บตัวแทนที่ขึ้นในโฆษณาผลการค้นหามักบวกค่าบริการแพงกว่าหลายเท่า ค่าธรรมเนียม e-Visa กำหนดแยกตามสัญชาติ พร้อมค่าธรรมเนียมธนาคารอีกราว 3% ตรวจสอบยอดจริงของหนังสือเดินทางไทยในขั้นตอนชำระเงินบนเว็บทางการ
หนังสือเดินทาง ต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันยื่น พร้อมหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้าสำหรับตราประทับตรวจคนเข้าเมือง กติกาขั้นต่ำคือยื่นล่วงหน้า 4 วันทำการก่อนเดินทาง แต่ควรเผื่อเวลา 1-2 สัปดาห์เผื่อกรณีถูกขอเอกสารเพิ่ม
ไม่มี Visa on Arrival สำหรับคนไทย สิทธิ์วีซ่าหน้าด่านของอินเดียจำกัดเฉพาะผู้ถือหนังสือเดินทางไม่กี่ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่าวางแผนบินไปขอวีซ่าที่สนามบินเด็ดขาด ต้องมี e-Visa ที่อนุมัติแล้วหรือวีซ่าติดเล่มก่อนขึ้นเครื่องเสมอ สายการบินตรวจเอกสารตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอินที่ไทย
เดินทางไปอินเดีย: เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ
อินเดียใกล้กว่าที่หลายคนคิด มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเดลี มุมไบ โกลกาตา และแม้แต่พุทธคยาเอง (ตามฤดูกาล) เวลาบินสั้นกว่าจุดหมายยุโรปหรืออเมริกามาก ทำให้ทริปสายบุญระยะสั้น 4-5 วันเป็นไปได้จริงโดยไม่ต้องลาหยุดยาว สำหรับผู้ที่บินลงโกลกาตาแล้วต่อรถไปพุทธคยา ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 5-6 ชั่วโมง
- สายบุญ: สังเวชนียสถาน: พุทธคยา สารนาถ กุสินารา เชื่อมกันด้วยรถบัสหรือรถตู้คณะ 5-7 วันกำลังดี วัดไทยตามเส้นทางเป็นทั้งที่พักใจและจุดแวะพัก ฤดูที่เหมาะที่สุดคือพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์
- สามเหลี่ยมทองคำ: เดลี อัคระ ชัยปุระ: วงจรท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดของอินเดีย ทัชมาฮาลยามพระอาทิตย์ขึ้นที่อัคระ ป้อมแดงและตลาดจันทนีจกที่เดลี นครสีชมพูชัยปุระ 5-7 วันกำลังดี e-Visa แบบ 30 วันครอบคลุมเพียงพอ
- พาราณสีและแม่น้ำคงคา: พิธีคงคาอารตียามค่ำ ล่องเรือยามเช้ามืดชมวิถีริมท่าน้ำ อยู่ห่างจากสารนาถเพียงราว 10 กิโลเมตร เชื่อมเข้ากับเส้นทางแสวงบุญได้พอดี
- เกรละและอินเดียใต้: ล่องเรือบ้านในแบ็กวอเทอร์แห่งอัลเลปปีย์ หาดเขตร้อน และอายุรเวทต้นตำรับ อาหารใต้อย่างโดซาและแกงกะทิปลาใกล้เคียงวัตถุดิบแบบไทย
กฎ FRRO — พำนักต่อเนื่องเกิน 180 วัน
ผู้ที่พำนักในอินเดียต่อเนื่องเกิน 180 วันในทริปเดียวต้องลงทะเบียนกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (FRRO) ภายใน 14 วันหลังวันที่ 180 กฎนี้ใช้กับผู้ถือ e-Visa แบบ 1 ปีหรือ 5 ปีที่พำนักยาว รวมถึงพระสงฆ์หรือนักศึกษาที่ไปศึกษาพระพุทธศาสนาระยะยาว เกณฑ์นับจากการพำนักต่อเนื่อง ไม่ใช่ยอดรวมทั้งปี — หากออกนอกประเทศแล้วกลับเข้ามาใหม่ นับหนึ่งใหม่ทันที กระบวนการทำผ่านระบบออนไลน์ e-FRRO
ต้องขอ แต่หนังสือเดินทางไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ยื่น e-Visa ออนไลน์ได้ผ่านเว็บทางการของรัฐบาลอินเดีย (indianvisaonline.gov.in) ไม่ต้องไปสถานทูตและไม่ต้องส่งเล่ม เลือกได้ระหว่างแบบ 30 วัน 1 ปี และ 5 ปี
e-Tourist Visa ครอบคลุมการแสวงบุญตามปกติ พุทธคยา สารนาถ และกุสินาราอยู่ในอินเดียทั้งหมด แต่ลุมพินีอยู่ฝั่งเนปาล หากคณะข้ามไปลุมพินีแล้วต้องการกลับเข้าอินเดียทางบก ต้องใช้วีซ่าอินเดียชนิดเข้าออกหลายครั้งที่ยื่นผ่านสถานทูต เพราะ e-Visa ใช้เข้าทางด่านพรมแดนทางบกไม่ได้ ตรวจสอบเส้นทางกับผู้จัดคณะก่อนยื่นวีซ่าเสมอ
ไม่ได้ สิทธิ์วีซ่าหน้าด่านของอินเดียเปิดให้เฉพาะผู้ถือหนังสือเดินทางไม่กี่ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องมี e-Visa ที่อนุมัติแล้วหรือวีซ่าติดเล่มก่อนเดินทางเสมอ
