กองบรรณาธิการ VisajaTH เวอร์ชันไซต์

ไปอเมริกาด้วยหนังสือเดินทางไทย: วีซ่า B-1/B-2 ทำไม ESTA ใช้ไม่ได้ และวิธียื่นขอ

ไทยไม่ได้อยู่ในโครงการยกเว้นวีซ่า (Visa Waiver Program) ของสหรัฐฯ ดังนั้นคนไทยต้องขอวีซ่าจริงๆ — ปกติคือวีซ่าเยี่ยมเยือน B-1/B-2 — ไม่ใช่ ESTA แบบนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ B-1/B-2 ครอบคลุมอะไรบ้าง ค่าธรรมเนียม ขั้นตอน DS-160 และสัมภาษณ์ รวมถึงวีซ่าประเภทอื่นสำหรับงานและการเรียน

ธงชาติสหรัฐอเมริกา ดาวขาวห้าสิบดวงบนพื้นสีน้ำเงิน มีแถบแดงขาวสิบสามแถบ

สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย การเดินทางไปสหรัฐฯ คือเรื่องวีซ่า ไม่ใช่ ESTA ไทยอยู่นอกโครงการยกเว้นวีซ่า จึงต้องยื่นวีซ่าเยี่ยมเยือน B-1/B-2 ที่สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลใหญ่เชียงใหม่

ธงชาติสหรัฐอเมริกา (สาธารณสมบัติ)

คนไทยต้องขอวีซ่าไปอเมริกาไหม

ต้องขอเสมอ ประเทศไทยไม่อยู่ในโครงการยกเว้นวีซ่า (Visa Waiver Program หรือ VWP) ของสหรัฐฯ ดังนั้นคนไทยใช้ ESTA ไม่ได้ — ระบบลงทะเบียนออนไลน์นั้นใช้ได้เฉพาะพลเมืองของประเทศสมาชิก VWP ราว 40 กว่าประเทศ อย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และบรูไนในกลุ่มอาเซียน ไม่ใช่ไทย สำหรับพักผ่อน เยี่ยมญาติ หรือประชุมธุรกิจ เส้นทางที่ถูกต้องคือวีซ่าเยี่ยมเยือนจริง — B-1/B-2 — ยื่นที่สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลใหญ่เชียงใหม่ ก่อนเดินทาง

จุดที่คนไทยมักเข้าใจผิด: มักได้ยินว่าไปอเมริกาแค่กรอกฟอร์มออนไลน์ก็พอ นั่นเป็นความจริงสำหรับหนังสือเดินทางอังกฤษ ยุโรป ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ — ไม่ใช่หนังสือเดินทางไทย เว็บไซต์หรือเอเจนซีที่เสนอ 'ลงทะเบียน ESTA สำหรับคนไทย' คือมิจฉาชีพแน่นอน ก้าวแรกที่ถูกต้องคือวางแผนวีซ่ากงสุล ทั้งแบบฟอร์ม ค่าธรรมเนียม และการสัมภาษณ์ ข่าวดีคือเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว วีซ่า B-1/B-2 ของคนไทยมักมีอายุยาวถึง 10 ปี เข้าออกได้หลายครั้ง — ยื่นครั้งเดียวใช้ได้หลายทริป

คู่มือนี้อธิบาย B-1/B-2 ตั้งแต่ต้นจนจบ — แบบฟอร์ม DS-160 ค่าธรรมเนียม การสัมภาษณ์ — ต่อด้วยวีซ่าประเภทอื่นสำหรับงานและการเรียน กับดักเรื่องทรานซิตที่คนไทยมักพลาด และรูปแบบทริปอเมริกาที่ใช้ได้จริง หากอยากเริ่มจากตัวจุดหมายปลายทางก่อน ไปที่หน้าภาพรวมสหรัฐอเมริกาแล้วค่อยกลับมาที่เรื่องวีซ่า

ทำไมต้องวีซ่า ไม่ใช่ ESTA — และ B-1/B-2 ครอบคลุมอะไร

โครงการยกเว้นวีซ่าอนุญาตให้พลเมืองประเทศสมาชิกเข้าอเมริกาได้สูงสุด 90 วันด้วย ESTA ไทยไม่ใช่สมาชิก และการเป็นสมาชิกขึ้นอยู่กับเกณฑ์หลายข้อ (รวมถึงอัตราการถูกปฏิเสธวีซ่าที่ต่ำมาก) ซึ่งไทยยังไม่เข้าเกณฑ์ในปัจจุบัน ช่องทาง ESTA จึงปิดสำหรับหนังสือเดินทางไทยไม่ว่าทริปจะสั้นแค่ไหนก็ตาม ไม่มีอะไรที่ยื่นออนไลน์แทนวีซ่าได้

วีซ่าเยี่ยมเยือนแบ่งเป็นสองส่วนที่มักออกรวมกันเป็น B-1/B-2 B-1 ครอบคลุมการเดินทางธุรกิจ ประชุม สัมมนา เจรจา ฝึกอบรมที่ไม่ใช่การทำงานรับจ้างในพื้นที่ B-2 ครอบคลุมท่องเที่ยว เยี่ยมครอบครัวและเพื่อน และการรักษาพยาบาล สิ่งที่ทั้งสองไม่ครอบคลุมคือการทำงานรับค่าจ้าง เรียนเพื่อรับหน่วยกิต หรือการย้ายไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐฯ ซึ่งต้องใช้วีซ่าประเภทอื่นตามที่อธิบายด้านล่าง

หัวใจของการสัมภาษณ์คือมาตรา 214(b) ของกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ซึ่งตั้งข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ยื่นทุกคนตั้งใจย้ายถิ่นฐาน หน้าที่ของผู้สมัครคือแสดงให้เห็นความผูกพันแน่นแฟ้นกับประเทศไทย — งานประจำ ธุรกิจ ครอบครัว ทรัพย์สิน หรือการเรียนที่ต้องกลับมาต่อ เอกสารสวยอย่างเดียวไม่พอ คำตอบต้องสอดคล้องกับชีวิตจริง สิ่งที่ควรรู้คือ วีซ่าที่คนไทยได้รับอนุมัติมักมีอายุยาวถึง 10 ปีแบบเข้าออกหลายครั้ง ตัววีซ่าเองไม่ได้กำหนดว่าพักได้กี่วันต่อครั้ง — เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (CBP) ที่ด่านเป็นผู้ตัดสินตอนเดินทางถึง โดยทั่วไปไม่เกิน 6 เดือน

วิธียื่นขอ B-1/B-2 ทีละขั้นตอน
  1. 1
    กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์: เริ่มจากแบบฟอร์ม DS-160 ข้อมูลหนังสือเดินทางและส่วนตัว แผนการเดินทาง คำถามเกี่ยวกับงานและประวัติ พร้อมรูปถ่ายตามข้อกำหนด กรอกให้ละเอียด เพราะบาร์โค้ดหน้ายืนยันคือสิ่งที่ต้องนำไปขั้นตอนถัดไป กรอกผิดหมายถึงต้องเริ่มใหม่
  2. 2
    ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า: ค่าธรรมเนียมยื่นวีซ่า (MRV) สำหรับ B-1/B-2 คือ 185 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อผู้ยื่นหนึ่งคน ชำระก่อนจึงจะจองคิวสัมภาษณ์ได้ ไม่คืนเงินและมักโอนสิทธิ์ไม่ได้ ควรมั่นใจว่าเลือกประเภทวีซ่าถูกต้องก่อนจ่าย ผู้เดินทางทุกคนรวมถึงเด็กต้องยื่นและจ่ายแยกกัน
  3. 3
    จองคิวสัมภาษณ์: สร้างโปรไฟล์ในระบบนัดหมายทางการ ชำระเงิน แล้วจองคิว ผู้ยื่นครั้งแรกส่วนใหญ่ต้องสัมภาษณ์แบบพบตัว ตรวจสอบก่อนว่าเข้าเกณฑ์ยกเว้นสัมภาษณ์สำหรับการต่ออายุหรือไม่ คิวสัมภาษณ์ผันผวนตามฤดูกาล เริ่มกระบวนการล่วงหน้ามากๆ ก่อนวันเดินทางที่วางแผนไว้
  4. 4
    เข้าสัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่: การสัมภาษณ์จัดที่ สถานทูตสหรัฐฯ ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลใหญ่เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่กงสุลประเมินวัตถุประสงค์การเดินทาง ฐานะการเงิน และที่สำคัญที่สุดคือความผูกพันกับประเทศไทยตามหลัก 214(b) งานประจำ ธุรกิจ ครอบครัว หรือการเรียนที่ต้องกลับมาต่อ คำตอบสั้น ตรงไปตรงมา และสอดคล้องกับข้อมูลใน DS-160 มีค่ามากกว่าเอกสารกองใหญ่
  5. 5
    รับหนังสือเดินทางพร้อมวีซ่า: หากได้รับอนุมัติ หนังสือเดินทางจะได้รับคืนพร้อมวีซ่าติดอยู่ มักเป็นแบบเข้าออกหลายครั้งอายุ 10 ปี ระยะเวลาพำนักแต่ละครั้งกำหนดโดยเจ้าหน้าที่ที่ด่านชายแดนสหรัฐฯ ตรวจสอบรายละเอียดวีซ่า — ชื่อ วันเกิด และวันหมดอายุ — ตอนรับคืนก่อนเดินทางเสมอ
นอกเหนือจากวีซ่าเยี่ยมเยือน: งาน เรียน และแลกเปลี่ยน
  • เรียนต่อ — F-1 (และ M-1): สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายการศึกษาที่ครอบครัวไทยให้ความสำคัญมากที่สุด หลักสูตรระดับปริญญาหรือที่นับหน่วยกิตต้องใช้วีซ่านักเรียน F-1 (M-1 สำหรับสายอาชีวะ) ผูกกับเอกสารตอบรับและระบบ SEVIS ไม่ใช่วีซ่าเยี่ยมเยือน คอร์สระยะสั้นที่ไม่นับหน่วยกิตบางกรณีใช้ B-2 ได้ แต่หลักสูตรที่นับหน่วยกิตหรือได้ปริญญาใช้ไม่ได้
  • ทำงาน — H-1B, L-1, O-1: งานรับค่าจ้างต้องใช้วีซ่าทำงาน H-1B สำหรับงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง (จัดสรรผ่านการจับสลากประจำปี) L-1 สำหรับการย้ายภายในบริษัทข้ามชาติ O-1 สำหรับผู้มีความสามารถโดดเด่น เดินทางธุรกิจด้วย B-1 ทำได้ แต่ทำงานรับค่าจ้างจริงในสหรัฐฯ ทำไม่ได้
  • แลกเปลี่ยนและฝึกอบรม — J-1 (รวม Work and Travel): วีซ่าแลกเปลี่ยน J-1 ครอบคลุมนักวิจัยเยี่ยม ผู้ฝึกงาน อาจารย์แลกเปลี่ยน และที่นักศึกษาไทยคุ้นเคยที่สุดคือโครงการ Summer Work and Travel ที่ไปทำงานช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ผ่านองค์กรสปอนเซอร์ที่ได้รับการรับรอง ต้องมีเอกสาร DS-2019 จากสปอนเซอร์ก่อนสัมภาษณ์ เลือกเอเจนซีที่ผูกกับสปอนเซอร์จริงและอ่านสัญญาทั้งค่าโครงการและที่พักให้ครบก่อนวางเงิน
  • วีซ่าคู่หมั้น — K-1: K-1 เป็นวีซ่าที่มีผู้ยื่นจากไทยจำนวนไม่น้อย สำหรับคู่หมั้นของพลเมืองสหรัฐฯ ที่ต้องเดินทางไปจดทะเบียนสมรสภายใน 90 วันหลังเข้าประเทศ ขั้นตอนเริ่มจากฝ่ายอเมริกันยื่นคำร้อง I-129F ก่อน จึงเป็นวีซ่าประเภทเดียวในรายการนี้ที่ฝ่ายสหรัฐฯ ต้องเริ่มเรื่องให้ก่อน ไม่ใช่ฝ่ายไทยยื่นเอง

กับดักเรื่องทรานซิต และการเดินทางไปให้ถึง

จุดที่คนไทยมักพลาด: สหรัฐฯ ไม่มีโซนทรานซิตระหว่างประเทศ และเพราะไม่มี ESTA สำหรับหนังสือเดินทางไทย แม้แต่การเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินสหรัฐฯ — ไปแคนาดา แคริบเบียน หรือละตินอเมริกา — ก็ยังต้องมีวีซ่าสหรัฐฯ อาจเป็นวีซ่า B-1/B-2 ที่มีอยู่แล้ว หรือวีซ่าทรานซิต C-1 เฉพาะกรณีที่ไม่มีเหตุผลอื่นในการเข้าประเทศ ไม่มีทางลัดฝั่งลานบิน ต้องวางแผนเรื่องวีซ่าแม้จะแค่ต่อเครื่องก็ตาม

ส่วนการเดินทางเอง เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปสหรัฐฯ มีจำกัด เส้นทางส่วนใหญ่ต้องต่อเครื่องหนึ่งครั้งผ่านตะวันออกกลาง (Qatar Airways, Emirates, Etihad) เอเชียตะวันออก (ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) หรือจีน ชุมชนไทยในลอสแอนเจลิส (ไทยทาวน์) และรัฐอื่นๆ ทำให้การเยี่ยมญาติเป็นหนึ่งในเหตุผลการเดินทางที่ใหญ่ที่สุดของคนไทยไปสหรัฐฯ

ไปไหนต่อหลังวีซ่าอยู่ในมือ
  • ลอสแอนเจลิสและไทยทาวน์: จุดหมายที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด ฮอลลีวูด ซานตาโมนิกา และไทยทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศไทย พร้อมอาหารไทยฝีมือคนไทยแท้กระจายอยู่ทั่วเมือง
  • นิวยอร์กและฝั่งตะวันออก: ไทม์สแควร์ เทพีเสรีภาพ เซ็นทรัลพาร์ก และพิพิธภัณฑ์ระดับโลก ต่อด้วยวอชิงตัน ดี.ซี. และบอสตันได้สะดวก
  • อุทยานแห่งชาติและโรดทริป: แกรนด์แคนยอน เยลโลว์สโตน โยเซมิตี เชื่อมกันด้วยเส้นทางขับรถระดับตำนาน ข้อควรระวังสำหรับคนไทย: อเมริกาขับเลนขวาพวงมาลัยซ้าย ตรงข้ามกับไทยทุกอย่าง ต้องใช้สมาธิช่วงวันแรก
  • ออร์แลนโดและทริปครอบครัว: ดิสนีย์เวิลด์ ยูนิเวอร์แซล และธีมพาร์กฟลอริดา จุดหมายยอดนิยมของครอบครัวไทยที่มักรวมกับการเยี่ยมญาติในรัฐใกล้เคียง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าสหรัฐฯ สำหรับคนไทย

ต้องขอเสมอ ไทยไม่อยู่ในโครงการยกเว้นวีซ่าของสหรัฐฯ จึงใช้ ESTA ไม่ได้ สำหรับท่องเที่ยวหรือธุรกิจ ยื่นวีซ่าเยี่ยมเยือน B-1/B-2 ที่สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลใหญ่เชียงใหม่ สำหรับงานหรือเรียนต่อ ยื่นวีซ่าประเภทที่เกี่ยวข้อง

ไม่ได้ ESTA ใช้ได้เฉพาะพลเมืองประเทศสมาชิกโครงการยกเว้นวีซ่า และไทยไม่ใช่สมาชิก จากอาเซียนมีเพียงสิงคโปร์และบรูไนที่อยู่ในรายชื่อ ไม่มีการลงทะเบียนออนไลน์ใดทดแทนวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทยได้ ไม่ว่าทริปจะสั้นแค่ไหน

ค่าธรรมเนียมยื่น (MRV) สำหรับ B-1/B-2 คือ 185 ดอลลาร์สหรัฐต่อผู้ยื่นหนึ่งคน ชำระก่อนจึงจะจองคิวได้ ไม่คืนเงินและมักโอนสิทธิ์ไม่ได้ ควรมั่นใจว่าเลือกประเภทถูกต้องก่อนจ่าย